| มีอยู่ในหน้าร้อนของวันหนึ่ง ด้วยปีนี้เป็นปีที่มีอากาศที่ร้อนมาก และความร้อนแบบสุด ๆนั้นได้ผ่าน ติด ๆต่อเนื่องกันมาหลายวันเลยทีเดียว พระอาทิตย์ได้ส่องแสงแผดเผาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นน้ำในห้วย หนอง คลอง บึง จึงแห้งผากจนไม่มีน้ำหลงเหลือติดอยู่เลยแม้สักน้อยนิด ฝูกกาซึ่งมีแม่กาและลูก ๆทั้งหมด 7 ตัวของมัน ได้พยายามบินหาน้ำดื่มด้วยความกระหายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง และด้วยความกระหายอย่างมาก พวกลูก ๆจึงร้องเร่งเร้าแม่กาเป็นการใหญ่ว่า " แม่จ๋า...หิวน้ำจังเลย ทำยังไงดี " แม่กาเมื่อเห็นลูก ๆ ร้อง กระหายน้ำอย่างนั้น...และมันก็นึกได้ถึงบางสิ่งที่เป็นแหล่งหาน้ำดื่มขึ้นมาได้ จึงได้ตอบกับลูก ๆไปว่า " หิวน้ำมากหรือลูก ถ้าอย่างนั้น ก็บินตามแม่มาทางนี้ก็แล้วกัน " |
| " แม่จ๋า...ปากยื่นลงไปไม่ถึงก้นเหยือกหรอก จะทำยังไงดีล่ะแม่..." ลูกการ้องบอกแม่ของมัน แม่กาก็ได้แต่สั่น หัวด้วยจนปัญญาเป็นที่สุด แต่แล้วในขณะนั้น ได้มีลูกกาตัวสุดท้องตัวที่เล็กที่สุดในฝูงซึ่งจะเป็นด้วยความที่มัน กระหายน้ำเป็นอย่างมากจึงเกิดนึกโมโหขึ้นมา มันได้บินไปคาบเอาหินก้อนหนึ่งมาได้ แล้วโยนลงไปในเหยือก น้ำนั้นอย่างแรงเสียงตัง " จ๋อม... "ด้วยความโมโหที่อยากกินน้ำแล้วไม่ได้กิน อะไรทำนองนั้น แม่กาเมื่อเห็นดังนั้น จึงได้รีบบอกกับพวกลูก ๆ ว่า " ใช่แล้วสิ....ลูกก็เอาก้อนหินใส่ลงไปในเหยือกอย่างที่เจ้าตัวเล็กมันทำ เท่านั้นเอง แล้วน้ำก็จะเอ่อสูงขึ้นมาจนถึงปากคอเหยือกเลยทีเดียว ไป๊บินไปเอา ก้อนหินมาใส่ลงไปให้มาก ๆ จนกว่าแม่จะบอกให้พอ... เร็ว ๆ ลูก " |
| พอจบคำแม่เท่านั้นพวกลูก ๆ กาก็ช่วยกันบินไปคาบเอาก้อนหิน มาและใส่ลงไปในเหยือกกันเรื่อยๆจนกระทั่ง น้ำในเหยือกนั้นได้ล้นขึ้นมาจนถึงปากเหยือก " พอแล้วลูก คราวนี้ก็เชิญพวกเจ้าดื่มน้ำกันตามสบายได้แล้วลูก " แม่กาพูดบอกกับพวกลูก ๆ ของมัน จึงเป็นด้วยเหตุนี้ นกกาและลูก ๆจึงได้มีน้ำดื่มอยู่เป็นเวลานานเลยทีเดียว |
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้ามีความพยายามเพียงพอ ก็จะสามารถทำในสิ่งที่เห็นครั้งแรกว่ายากเหลือเกิน นั้นได้สำเร็จ |
| กาลครั้งหนึ่ง.... นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอกได้อาศัยอยู่ที่ใกล้ ๆบริเวณป่าเดียวกัน มันเคยให้สัญญาว่า จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน...นกอินทรี จะทำรังอาศัยอยู่บนยอดต้นไม้ ส่วนสุนัขจิ้งจอกนั้นก็ทำรังอาศัยอยู่ที่โคนต้นไม้ซึ่งเป็นโพรงเล็กๆต้นหนึ่ง วันหนึ่งนกอินทรี ออกบินหาเหยื่อเพื่อจะนำกลับไปให้กับลูก ๆของมันไปทั่ว ๆป่า แต่วันนี้หาเท่าไหร่ ๆ ก็ไม่ได้เหยื่อ อะไรเลยสักอย่าง และก็พอดีตอนนั้นมันได้มองลงไปเห็นรังของสุนัขจิ้งจอกซึ่งสร้างเป็นโพรงไว้อยู่ที่ใต้โคนต้นไม้เข้า ลูก ๆ ของ สุนัขจิ้งจอกกำลังออกมาชะเง้อคอคอยแม่สุนัขจิ้งจอกที่ได้ออกไปหาเหยื่อมาให้กับลูก ๆ ของมันกินกันอยู่พอดีเหมือนกัน แม่นกอินทรีเมื่อมองลงไปและเห็นว่าที่หน้าโพลงของสุนัขจิ้งจอกนั้น ได้มีแต่ลูก ๆ ของสุนัขจิ้งจอกอย่างเดียวก็ดีใจ " แม่ของ พวกมันไม่อยู่ มีแต่ลูก ๆ ตั้งสามตัวแน่ะ.. เอาไปสักตัวคงจะไม่เป็นไรหรอกนะ.. " มันคิดอย่างเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดเลยหละ มันคิดว่าที่อยู่ของมันนั้นสูง สุนัขจิ้งจอกคงจะไม่มีปัญญาที่จะปีนป่ายขึ้นมาเอาลูกของมันคืนไปได้ และคงไม่มีทางที่จะทำ อะไรมันได้อย่างแน่นอนเสียด้วย |
| แม่สุนัขจิ้งจอกเมื่อเห็นดังนั้นมันตกใจมาก จนหนูที่มันคาบอยู่ในปากเพื่อจะเอามาให้ลูกกินกันนั้นล่วงตกลงมาจาก ปากเลยทีเดียว " อ๊ะ ! ..ลูกแม่ " มันมองจ้องจับสายตาไปที่แม่นกอินทรีอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตาเลยทีเดียว แล้ว วิ่งตามไปติด ๆ อย่างไม่ลดละ แล้วเมื่อมันตามมาทันจนถึงต้นไม้ที่เป็นรังของแม่นกอินทรีแล้ว.... |
| เมื่อแม่สุนัขจิ้งจอกได้ฟังดังนั้น มันก็รีบที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อเอาลูกคืนทันทีเหมือนกัน แต่ ! ไม่ว่ามันจะกางเล็บแล้ว เอาจิกลงไปในผิวไม้ เพื่อที่จะพยายามปีนขึ้นไปเท่าไหร่ ๆ มันก็ไม่สามารถที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้นั้นได้ " นี่ ฉันจะทำยังไงดี ล่ะ ลูกของฉันจะต้องโดนกินเป็นอาหารของนกอินทรีเสียแล้วหรือนี่ " มันได้แต่ร้องให้คร่ำครวญปานน้ำตาจะเป็นสายเลือด และเมื่อมันหมดหนทางที่จะคิดปีนขึ้นไปบนต้นไม้ได้ มันจึงมองหาหนทางอื่นที่จะเอาลูกคืนให้ได้ไปรอบ ๆทั่วบริเวณนั้น.... แล้ว ! พลันมันก็ได้มองไปเห็นคบไฟที่มีคนจุดเอาไว้เข้า... |
| "อ๊ะ...นั่นไฟนี่ เมื่อร้องขอกันดี ๆ แล้วไม่คืนให้ ทีนี้ฉันก็ต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้วหละ " เมื่อมันคิดได้ดังนั้นแล้ว ก็วิ่งไปคาบเอา คบไฟที่มันได้มองเห็นนั้นมา แล้วตะโกนบอกกับแม่นกอินทรีด้วยเสียงอันดังว่า " จงคืนลูกมาให้กับฉันเสียดี ๆ ถ้าไม่อย่าง นั้น ฉันจะเอาไฟนี่เผาต้นไม้ต้นนี้เสีย..เธอก็คงจะรู้นะว่าถ้าต้นไม้โดนเผาแล้วละก็ ทั้งเธอและลูกของเธอก็จะโดนย่างตาย กันจนหมด เร็ว ๆ รีบคืนลูกให้กับฉันเสียดี ๆ ฉันจะเผาแล้วนะ ! ได้ยินไหม? " |
| แม่นกอินทรีเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ตกใจ เพราะสำหรับมันน่ะแค่บินหนีไปเสียก็หมดเรื่อง แต่ลูก ๆ ของมันสิ เพิ่งจะแตก ออกมาจากใข่เมื่อไม่นาน และยังบินไม่ได้ มันจึงรีบตาเหลือกตาลานบอกกับแม่สุนัขจิ้งจอกว่า " ยอม..ยอม..ฉันยอม คืนลูกให้กับเธอแล้ว เดี๋ยวอย่าเพิ่งจุดไฟนะ ฉันยอมแล้ว " ดังนั้นด้วยการเป็นเช่นนี้มันจึงยอมคืนลูกให้กับแม่สุนัขจิ้งจอก ไป...ให้แต่โดยดี |
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อันธพาลและพวกที่ชอบระรานผู้อื่นนั้น จะต้องมีวันถูกตอบแทนผลชั่วเข้าสักวันหนึ่ง... |
| ในฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าวมากของวันหนึ่ง พ่อค้าคนหนึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องนำของ ไปขายในที่ต่างเมือง เขาคิดจะถนอมม้าเอาไว้ใช้เมื่อถึงแต่คราวที่มีความจำเป็น เท่านั้น จึงเอาสินค้าทั้งหมดใส่ไว้บนหลังลา ส่วนม้านั้นเขากลับปล่อยให้เดินตัว เปล่าไม่ได้บรรทุกของอะไร ลาเมื่อถูกบรรทุกของหนัก ๆ และตอนนั้นก็กำลังเจ็บอยู่ด้วย มันจึงพูดอย่างน่าสงสารกับม้าว่า " ท่านม้า ๆ ข้ามีอะไรจะขอร้องให้ท่านช่วยสักอย่าง หนึ่งได้ไหม ? " |
| ลาจึงไม่พูดอะไรต่อไปอีก อุตส่าห์เดินต่อไปในไม่ช้ามันก็หมดแรงล้มลงและขาดใจตายไป ตรงนั้น เจ้าของเมื่อเห็นดังนั้นก็แก้เอาสินค้าที่อยู่บนหลังลาทั้งหมดเอามาใส่ไว้บนหลังม้า เท่านั้นยังไม่พอยังแถมเอาศพของลาบรรทุกเพิ่มเข้าไปให้อีกด้วย ม้าจึงจำต้องเดินไปบ่นไปว่า " พุทโธ่ เอ๋ย เรานี่ชั่วเสียจริง ๆ ไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ถ้าตอนนั้นจะช่วยเจ้าลามันสักครึ่ง หนึ่ง บางทีมันอาจจะไม่ต้องมาตายไปเสียอย่างนี้ เฮ้อ...แล้วเป็นไงล่ะ เดี๋ยวนี้ตอนนี้ ต้องมาบรรทุกของหนักอย่างเดียวยังไม่พอ มิหนำซ้ำยังมีศพของเจ้าลามันเพิ่มเข้าไป ให้อีก ซวยบรมไปเลยเห็นไหมล่ะ" |
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ทุกข์บ้างเป็นไม่รู้ว่าอย่างนั้น...คนที่ไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือความทุกข์ของผู้อื่น ทุกข์นั้น ก็อาจจะมาตกกับตัวเองบ้างดังนี้แล
นิทานอีสป เรื่อง สิงโตโลภมากกับกระต่ายป่า
ต้องขอบคุณ http://entertain.tidtam.com/data/12/0062-1.html#link2 ที่แนะนำสิ่งดีๆ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น